JustMakeWeb.com รับทำเว็บไซต์ รับทำเว็บโรงแรม รับทำเว็บขายของ รับทำเว็บบริษัท เว็บสำเร็จรูป รับทำเว็บร้านค้า ออกแบบเว็บไซต์ ใช้งานได้ง่าย รองรับ SEO โปรโมท GOOGLE ให้ติดอันดับได้อย่างรวดเร็ว , ลงโฆษณาฟรี VPS ราคาถูก
รับทำเว็บไซต์
0
trademillion13thai
สถิติเว็บไซต์
เปิดเว็บเมื่อ : 2014-08-12
ปรับปรุงเมื่อ : 2019-02-15
จำนวนครั้งที่ชม : 829,203 ครั้ง
Online : 32 คน



 


2016-12-08 02:17:46 ใน แนวโน้มและเทรนไลน์ » 0 572



ที่มารูปภาพ
www.tradeandfinance.eu

พฤติกรรมเปลี่ยนแปลงแนวโน้ม
การเคลื่อนไหวของราคาหุ้นทุกๆแนวโน้มจะเป็นผลจากปัจจัยพื้นฐานและจะปรากฎเป็นจิตวิทยามวลชน(MASS PSYCHOLOGY) ที่จะอธิบายแต่ละช่วงของแนวโน้มอันประกอบเป็นแนวโน้มใหญ่ ซึ่งแนวโน้มมี 2 ชนิดคือ ตลาดกระทิง(BULL MARKET) หรือ แนวโน้มขาขึ้น และ ตลาดหมี (BEAR MARKET) หรือ แนวโน้มขาลง และแต่ละแนวโน้มจำแนกออกเป็น 3 ระยะ(PHASE) ดังนี้คือ

ตลาดกระทิง(BULL MARKET) หรือ แนวโน้มขาขึ้น

1. ระยะสะสมหุ้น(ACCUMULATION PHASE)
เมื่อราคาหลักทรัพย์หรือดัชนีตกต่ำถึงที่สุด เกิดเนื่องจากหุ้นที่ตกต่ำติดต่อกันนาน จนมูลค่าการซื้อขายน้อยลงตกต่ำอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ในช่วงนี้หุ้นหลายตัวไม่คึกคัก เพราะหาคนขายยากเนื่องจากขายหมดแล้วหรือขาดทุนอย่างมากจึงเก็บไว้เป็นลงทุนระยะยาว ส่วนคนซื้อก็น้อยลงเพราะเข็ดเขี้ยวกัน ระยะนี้เป็นรอยต่อของการเปลี่ยนแปลงปัจจัยพื้นฐาน(FUNDAMENTAL FACTORS)ครั้งสำคัญ สภาวะต่างๆไม่ดีไม่ว่าจะเป็นการเมืองที่อึมครึม เศรษฐกิจโดยทั่วไปไม่ดี ผลกำไรบริษัทออกมาต่ำกว่าประมาณการณ์ เมื่อหุ้นตกต่ำถึงขีดสุด จิตวิทยานักลงทุนชินชากับข่าวไม่ดีต่างๆ ราคาหุ้นจะมีอาการดื้อต่อสถานการณ์ ช่วงนี้เองที่นักลงทุนที่เห็นการณ์ไกล หรือสายป่านยาวหรือทุนหนา เริ่มเข้ามาซื้อในลักษณะสะสมหุ้น โดยไม่ไล่ซื้อ แต่จะตั้งซื้อเมื่อหุ้นปรับลงมาถึงราคาเป้าหมาย(TARGET PRICE) แรงซื้อนี้ทำให้หุ้นขยับขึ้นลงเป็นครั้งคราว แต่จะไม่ต่ำกว่าราคาที่นักลงทุนจ้องซื้อ ทุกครั้งเมื่อหุ้นตกลงถึงระดับนี้ เมื่อพิจารณาปัจจัยพื้นฐานไม่ว่า เศรษฐกิจการเมือง หรืออื่นๆเลวร้ายถึงขีดสุด เป็นระยะที่นักลงทุน คิดว่าไม่มีอะไรเสียหายกว่านี้อีกแล้ว อย่างมากก็เสียเวลารอคอยเท่านั้น เป็นโอกาสทองของผู้ลงทุนที่เห็นการณ์ไกลหรือนักลงทุนหน้าใหม่ จังหวะนี้น่าลงทุนที่สุด ระยะนี้เป็นระยะสุดท้ายของแนวโน้มใหญ่ขาลง(FINAL PHASE OF THE BEAR MARKET)
 
2. ระยะกักตุนหุ้น(COLLECTION PHASE)
ในระยะนี้มูลค่าซื้อขายจะเริ่มเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ราคาหุ้นแต่ละตัวมีแนวโน้มขยับฐานเพิ่มสูงขึ้นทีละนิด ข่าวดีเริ่มมีให้เห็น เศรษฐกิจทั่วไปดูดีขึ้น ผลการดำเนินการของบริษัทได้เรียกร้องความสนใจของนักลงทุน ส่งผลให้จำนวนนักลงทุนและมูลค่าการซื้อขายสูงมากขึ้นเป็นลำดับ
 
3. ช่วง "ตื่นทอง" (BOOM MARKET)
ช่วงนี้หุ้นแทบทุกตัวจะขยับขึ้นในอัตราที่สูงและติดต่อกันหลายวัน บางหุ้นขยับขึ้นไปติดเพดาน มูลค่าซื้อขายจะสูงขึ้นหลายสิบเท่า จำนวนคนที่เข้าตลาดสูงขึ้นเป็นทวีคูณ เป็นระยะที่ข่าวดีรวมทั้งข่าวลือ จะประดังเข้ามาไม่ขาดระยะ ไม่ว่าเศรษฐกิจ การเงิน การเมือง ผลกำไรของบริษัทที่คาดว่าเพิ่มขึ้น จังหวะนี้เองที่บริษัทในตลาดถือโอกาสเพิ่มทุนขนานใหญ่ นักเก็งกำไรเข้ามามากที่สุด ในขณะที่นักลงทุนระยะยาว และกองทุนเริ่มทะยอยออก เนื่องจากส่วนใหญ่เริ่มมีกำไรในอัตราที่พอใจแล้ว สื่อมวลชนเริ่มลงข่าวออกมามาวิจารณ์ว่าตลาดหุ้นเป็นบ่อนการพนัน ในที่สุดช่วงนี้เองที่แนวโน้มใหญ่จะเริ่มเปลี่ยนแปลงในทิศทางลง

ตลาดหมี(BEAR MARKET) หรือ แนวโน้มขาลง
 
1. ระยะแจกจ่าย (DISTRIBUTION PHASE)
ระยะแจกจ่าย เป็นระยะแรกของตลาดหมีอันเป็นช่วงที่นักลงทุนรายใหญ่ทำการแจกจ่ายหุ้นที่มีอยู่ เนื่องมาจากเห็นว่าราคาหุ้นขึ้นมากจนเกินกว่าปัจจัยพื้นฐานจะอำนวยให้ นักลงทุนทั่วไปเริ่มหวั่นไหว เพราะเห็นว่าราคาหุ้นขึ้นมาสูงเกินอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล ก่อนจะเป็นตลาดหมีจะมีสัญญาณเตือน โดยมีการแกว่งตัวระหว่างจุดสูงสุดและต่ำสุดห่างกันมาก ตอนราคาหุ้นหรือดัขนีตลาดสูงขึ้น แต่มูลค่าการซื้อขายกลับลดลง แสดงว่าไปได้อีกไม่ไกล และถ้าราคาหุ้นต่ำลงมาในขนะที่ปริมาณการซื้อขานสูงขึ้น ก็เป็นสัญญาณเตือนภัยที่ดี ให้พยายามขายลดพอร์ท
 
2.ระยะขวัญเสีย (PANIC PHASE)
ระยะนี้นักลงทุนรู้สึกว่าตลาดจะไปไม่ไหว ข่าวต่างๆเริ่มออกมาทางลบ ข่าวลือประเภทไม่ดีเริ่มแพร่หลาย เป็นเหตุให้ราคาหุ้นตกลงอย่างรุนแรง คนเล่นหุ้นที่ขายตัดการขาดทุน(CUT LOSS)ไม่ทัน ก็จะติดหุ้นในราคาสูง โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มที่คนชอบเก็งกำไร ราคาจะตกลงอย่างรวดเร็ว แม้แต่หุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี ก็ยังตกลงมาเหมือนกัน เพียงแต่ตกลงมาในอัตราที่ช้ากว่าเท่านั้น หลังการตกของราคาหุ้นครั้งใหญ่ อาจมีการดีดตัวขึ้นของราคาหุ้น เป็นการปรับตัวขึ้นชั่วคราว(REBOUND) ช่วงนี้ห้ามเข้าไปซื้อเด็ดขาด ถ้าไม่อยากขาดทุนหรือติดยาว
 
3.ระยะรวบรวมกำลัง(CONSOLIDATION PHASE)
ขณะที่หุ้นมีราคาต่ำมาก อาจจะต่ำกว่ามูลค่าสุทธิตามบัญชี(BOOK VALUE) หรือราคาพาร์ทำให้กองทุนเริ่มเก็บหุ้น แม้ว่าสภาวะทั่วไปยังไม่ดีขึ้นก็ตามแต่นักลงทุนก็จะไม่ยินดียินร้ายกับข่าวลือหรือข่าวจริง ปริมาณการซื้อขายอยู่ในระดับต่ำกว่าความเป็นจริง ระยะที่สามของแนวโน้มใหญ่ขาลงนี้ คาบเกี่ยวกับระยะแรกของแนวโน้มใหญ่ขาขึ้น(ACCUMULATION)ซึ่งจะเกิดการประลองกำลังกันของความกล้าและความกลัวในใจของตัวเอง เพราะระยะนี้ถ้าไม่สังเกตอย่างใกล้ชิดแล้ว จะวิเคราะห์ยากมากจนดูแทบไม่ออก
 
 
ที่มาบทความ www.atriumtech.com